โมเดลการส่งเสริมการดำเนินงานของหน่วยบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ (Maturity Model)

         
          ปัจจุบันประเทศไทยมีนโยบายจะก้าวสู่เศรษฐกิจฐานความรู้และอุตสาหกรรมฐานความรู้ จึงมีความจำเป็นต้องยกระดับวิสาหกิจไทยในด้านความสามารถทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยมีหน่วยบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ทำหน้าที่เป็นกลไกหลักสองชนิดที่มีประสิทธิภาพในการผลักดันประเทศสู่เศรษฐกิจฐานความรู้อย่างยั่งยืน

          หน่วยบ่มเพาะธุรกิจ (Business Incubator) เป็นแหล่งอนุบาลบริษัทที่ตั้งใหม่ (Start-up) ซึ่งโดยทั่วไปจะอนุบาลไม่เกิน 3 ปี โดยเน้นที่การบ่มเพาะผู้ประกอบการที่ดำเนินการธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้ผู้ประกอบการใหม่ได้เรียนรู้การทำธุรกิจ ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (สินค้าและบริการ) ของตนเอง ซึ่งกลไกดังกล่าวนี้เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างธุรกิจขนาดเล็ก ทำให้มีอัตราการจ้างงานเพิ่มขึ้น และลดช่องว่างระหว่างรายได้ สำหรับในประเทศไทย โครงการการบ่มเพาะธุรกิจได้รับความสนใจจากหลายฝ่ายทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในขณะเดียวกัน อุทยานวิทยาศาสตร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่สำคัญในการกระตุ้นให้เกิดการทำวิจัยและพัฒนาในภาคเอกชน ช่วยสร้างธุรกิจและเทคโนโลยีใหม่ ส่งเสริมการนำผลการวิจัยพัฒนาเข้าสู่ระบบการคุ้มครองและการใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ พร้อมทั้งเสริมสร้างให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรม 

          ถึงแม้ว่าประเทศไทยได้นำกลไกทั้งสองมาใช้ในการพัฒนาผู้ประกอบการเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งทศวรรษแล้ว แต่พบว่ายังไม่มีการศึกษารูปแบบและกระบวนการการบริหารจัดการหน่วยบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์อย่างจริงจัง เพื่อพัฒนาให้เกิดเป็นโมเดลการดำเนินงาน (Operating model) ที่จะช่วยสร้างและบ่งชี้องค์ประกอบที่สำคัญของการพัฒนาหน่วยบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ที่ประสบความสำเร็จในการสร้างผู้ประกอบการและ/หรือธุรกิจนวัตกรรม และในขณะเดียวกัน สามารถส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมโยงการบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์เข้าไปในระบบนิเวศนวัตกรรมของประเทศได้อย่างสมบูรณ์ 

          ประเทศบราซิลถือเป็นกรณีศึกษาที่ดีในการพัฒนา maturity model ของประเทศ ด้วยประเทศบราซิลมีหน่วยบ่มเพาะธุรกิจกว่า 400 แห่งและอุทยานวิทยาศาสตร์ 90 แห่งทั่วประเทศ โดยหน่วยงาน Brazilian Association of Science Parks and Business Incubators ได้ประยุกต์เอาหลักการของ maturity model มาใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมศักยภาพการบริหารจัดการหน่วยบ่มเพาะธุรกิจ เพื่อให้หน่วยบ่มเพาะธุรกิจซึ่งมีภารกิจสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศนั้นสามารถตอบโจทย์ความต้องการและความคาดหวังของผู้ประกอบการได้สูงสุด สมาคมหน่วยบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ของประเทศบราซิล และหน่วยงานบริการสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก หรือ Brazilian Support Service to Micro and Small Enterprises (Sebrae) ได้ร่วมกันพัฒนา maturity model ภายใต้ชื่อ Reference Center for Business Incubation หรือ CERNE เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับศักยภาพการบริหารจัดการหน่วยบ่มเพาะธุรกิจทั่วประเทศ โดย CERNE Model นั้น ได้ถูกนำเสนอเป็นมาตรฐานการดำเนินการของหน่วยบ่มเพาะธุรกิจที่สามารถก้าวข้ามผ่านข้อจำกัดเกี่ยวกับความหลากหลายของขนาดและพื้นที่เชิงภูมิศาสตร์ และยังเชื่อมโยงเข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศนวัตกรรมเพื่อสร้างธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้อย่างเป็นระบบ หลังจากพัฒนาโมเดลขึ้นมาแล้ว สมาคมฯ ได้มีการนำโมเดลดังกล่าวไปทดสอบกับหน่วยบ่มเพาะธุรกิจกว่า 450 แห่งที่มีอยู่ เพื่อนำผลที่ได้มาใช้ในการปรับปรุงโมเดลให้มีความเหมาะสมกับบริบทการดำเนินงานมากยิ่งขึ้น และสามารถยกระดับความสามารถของหน่วยบ่มเพาะธุรกิจได้อย่างแท้จริง และท้ายที่สุด ได้มีการส่งเสริมให้หน่วยบ่มเพาะธุรกิจใหม่ได้นำเอาโมเดลข้างต้นไปใช้เป็นแนวทางเริ่มต้นในการบริหารจัดการหน่วยอีกด้วย

 

ภาพที่ 1 กรอบแนวคิด CERNE Model

 

          สมาคมหน่วยบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ไทย (Thai-BISPA) ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยความร่วมมือของ 3 หน่วยงานในการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อจัดตั้งสมาคม อันประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจากการเป็นศูนย์กลางเครือข่ายของกิจกรรมบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ของประเทศ ในการพัฒนาและส่งเสริมวิสาหกิจใหม่ให้เกิดขึ้นในประเทศ เป็นแหล่งพัฒนาความรู้และทักษะในการบริหารจัดการ เสนอแนะแนวทางในการยกระดับกิจกรรมบ่มเพาะธุรกิจ กิจกรรมอุทยานวิทยาศาสตร์ และกิจกรรมสนับสนุน และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระดับสากล

          ดังนั้น สมาคมหน่วยบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ไทย (Thai-BISPA) จึงได้รับมอบหมายจากคณะทำงานเพื่อส่งเสริมการบ่มเพาะวิสาหกิจเริ่มต้น ให้ดำเนินการจัดทำโครงการเพื่อพัฒนาศักยภาพการจัดการหน่วยบ่มเพาะธุรกิจ โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาโมเดลการส่งเสริมการดำเนินงานของหน่วยบ่มเพาะธุรกิจและอุทยานวิทยาศาสตร์ (Maturity Model) อย่างเป็นระบบและมีความสอดคล้องกับมาตรฐานสากลจากความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ มาประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างกระบวนการบ่มเพาะธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองต่อเป้าหมายการส่งเสริมผู้ประกอบการที่ดำเนินการธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมฐานความรู้ และเชื่อมโยงและบูรณาการความร่วมมือภายใต้บริบทของระบบนิเวศนวัตกรรมของท้องถิ่น-ภูมิภาค-ประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ